กิจกรรม



Sponcor
 
หน้าหลัก ประวัติความเป็นมา กิจกรรม กระดานข่าว สมุดเยี่ยม ติต่อเรา
 

 ดร.กษม ชนะวงศ์ พรีเซนความคืบหน้าโครงงาน ต่างๆ ของสมาคมฯ

         

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2552 ที่ผ่าน ดร.กษม ชนะวงศ์ รองเลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่ง
ประเทศไทยฯ เข้าร่วมประชุมกับสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมนำเสนอกิจกรรมที่ผ่านมา และนำเสนอโครงการ
ที่สำคัญๆ ของสมาคมฯ อาทิ ความคืบหน้ากรณีการไป defend ต่อคณะกรรมการฟีฟ่า เรื่องผู้ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ฝึกสอนฟุตบอล ระดับ C-B Licent ซึ่งผลปรากฎว่า ผ่านการรับรองตามระเบียบของฟีฟ่า ซึ่งว่าเป็นข่าวดีแก่วงการฟุตบอลเมืองไทย

      “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมลูกหนังไทย เดินหน้าพัฒนาวงการฟุตบอลเต็มรูปแบบ หลัง เอเอฟซี เตรียมปรับโฉมใหม่ ลั่นในปี 2011 ทีมจากประเทศไทยจะได้สิทธิไปเล่นฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก จำนวน 2 ทีม โดยไม่ต้องผ่านรอบคัดเลือก พร้อมเดินหน้าสร้างผู้ตัดสินอายุ 16-20 ปี ตั้งเป้า 5 ปีข้างหน้าต้องได้ไปตัดสินฟุตบอลโลก

            มีการประชุมคณะกรรมการผู้ตัดสินสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยมี “วีเจ” วิจิตร เกตุแก้ว ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้ตัดสิน เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วย ดร.กษม ชนะวงศ์ รองเลขาธิการสมาคมฟุตบอล และประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้ตัดสิน และ ผศ.ชูชัย บัวบูชา ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสิน รวมทั้งคณะกรรมการผู้ตัดสินในฝ่ายต่างๆ ร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง โดยที่ประชุมหารือกันเกี่ยวกับแนวทางในการพัฒนาผู้ตัดสิน ที่ปัจจุบันนี้มีผู้ตัดสินทั้งสิ้นจำนวน 1,200 คน ทำอย่างไรเพื่อให้เป็นที่ยอมรับและน่าเชื่อถือต่อทีมฟุตบอลในประเทศและต่าง ประเทศ พร้อมกันนี้ได้เน้นเรื่องการทำงานของคณะกรรมการผู้ตัดสินชุดใหม่ ต้องร่วมมือร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว และต้องทำงานแบบมืออาชีพ เพราะต้องยอมรับว่าตอนนี้ถูกจับตามองมากที่สุดว่าจะร่วมงานกันได้หรือไม่ ก่อนได้ข้อสรุปว่าทุกคนพร้อมร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่
          ด้าน ดร.กษม ชนะวงศ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ถือเป็นโอกาสอันดีของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งประธานสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งเรื่องนี้นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย นายวรวีร์ มะกูดี เตรียมพัฒนาวงการฟุตบอลไทยอย่างเต็มรูปแบบ โดยเริ่มจะเริ่มจากฟุตบอลลีกในประเทศเพื่ออีก 2 ปีข้างหน้า ที่เอเอฟซีที่กำลังจะรื้อระบบการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีกใหม่ ซึ่งทีมไทยจะได้สิทธิถึง 2 ทีมโดยไม่ต้องผ่านรอบคัดเลือก ซึ่งเท่ากับว่าผู้ตัดสินไทยจะได้โอกาสนี้ด้วยเช่นกัน
          "นอกจากนี้นายกสมาคมฟุตบอลยังมีนโยบายที่จะพัฒนาผู้ตัดสินอายุ 16-20 ปี ทั้งชายและหญิง โดยจะร่วมมือกับการกีฬาแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ รวมทั้งสถาบันการพลศึกษา ที่มีหน่วยงานอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะโรงเรียนกีฬาและสถาบันการพลศึกษา ซึ่งจะเปิดรับสมัครนักศึกษาที่สนใจ อีกส่วนหนึ่งก็จะเปิดรับบุคคลทั่วไป ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าจะได้ผู้ตัดสินจากทั่วประเทศจำนวน 80-100 คน โดยจะมีเกมระดับนานาชาติรองรับอย่าง เอเอฟซี เฟสติวัล อายุ 12 และ 14 ปี ซึ่งจะเก็บผู้ตัดสินชุดนี้ไว้แล้วนำมาสร้างอย่างจริงจังทั้งเรื่องความสามารถ ความแม่นยำกฎกติกา รวมทั้งเรื่องภาษา มั่นใจว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าผู้ตัดสินชุดนี้ต้องได้เข้าไปทำหน้าที่ในการแข่งขันฟุตบอลโลก ด้าน ผศ.ชูชัย บัวบูชา กล่าวว่า จากนโยบายของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่ต้องการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยรวมทั้งวงการผู้ตัดสิน ซึ่งพร้อมที่จะรับนโยบายที่ถือว่าเป็นงานเร่งด่วน ซึ่งจะทำควบคู่กับการพัฒนาผู้ตัดสินในปัจจุบัน ยอมรับเป็นงานที่หนักมาก แต่พร้อมที่จะร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาวงการผู้ตัดสินให้เจริญก้าวหน้าให้ยิ่งๆ ขึ้นไป เพียงแต่ขอเวลาบ้าง และเชื่อว่าไม่เกินความสามารถของคณะกรรมการผู้ตัดสินชุดใหม่และผู้ตัดสินทุกคน

 
       
 
>> Top <<